คุณจะออกจาก เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ เบอร์ลิน และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง ฮัมบูร์ก สถานีรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ ฮัมบูร์ก.
คุณจะออกจาก เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ เบอร์ลิน และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง ฮัมบูร์ก สถานีรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ ฮัมบูร์ก.
เริ่มต้นการเดินทางของคุณจาก สถานีกลางเบอร์ลิน (Berlin Hauptbahnhof), ใจกลางเมืองเบอร์ลิน, สถานีนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปแต่ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยอีกด้วย. การเดินทางไป ฮัมบูร์ก เป็นการเดินทางที่รวดเร็วที่สุด เพียงประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง ด้วยระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร.
ในระหว่างการเดินทาง, รถไฟจะผ่านเมือง ชเวริน และ ลุดวิกสลุสต์, ทั้งสองเมืองนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นจุดที่ดีสำหรับการหยุดพักถ้าคุณต้องการเดินทางช้าลงและสำรวจเพิ่มเติม. ท้ายสุด, คุณจะถึง สถานีกลางฮัมบูร์ก (Hamburg Hauptbahnhof), หนึ่งในสถานีที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดในเยอรมนี.
ใน ฮัมบูร์ก, อย่าพลาดโอกาสในการเยี่ยมชม ท่าเรือฮัมบูร์ก และ สวนพืชสวย. ท่าเรือเป็นจุดที่สำคัญของเมืองและเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินเล่นยามเย็น, ในขณะที่สวนพืชสวยเป็นที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติและต้องการความสงบ.
การเดินทางโดยรถไฟระหว่าง เบอร์ลิน และ ฮัมบูร์ก นั้นไม่เพียงแต่สะดวกและรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความงามและโอกาสในการสำรวจที่ไม่มีที่สิ้นสุด.

เวลาเดินทางโดยรวมประมาณ 1.5 ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับประเภทและความถี่ของรถไฟ.
การเดินทางที่เร็วที่สุดคือการใช้รถไฟ ICE (InterCity Express) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที.
ราคาตั๋วเริ่มต้นที่ประมาณ 20€ ถึง 60€ ขึ้นอยู่กับชั้นบริการและการจองล่วงหน้า.
ใช่ มีรถไฟวิ่งตรงระหว่างสองเมืองนี้ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง.
ระยะทางโดยรถไฟระหว่าง เบอร์ลิน ถึง ฮัมบูร์ก คือประมาณ 280 กิโลเมตร.
รถไฟบางขบวนจะหยุดที่เมืองหลักๆ เช่น สเตนดาล์ และ ลูเนบวร์ก ขึ้นอยู่กับเส้นทางและประเภทของรถไฟ.
ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป, เบอร์ลิน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ประตู Brandenburg: สัญลักษณ์ของเมืองเบอร์ลินและเป็นหนึ่งในโครงสร้างสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่สำคัญที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ Pariser Platz และสร้างขึ้นในช่วงปี 1788 ถึง 1791. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการชมและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน
กำแพงเบอร์ลิน: ซากปรักหักพังของกำแพงที่เคยแบ่งเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก สถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ตั้งอยู่ที่ East Side Gallery ซึ่งเป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่มีผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลก
พระราชวัง Charlottenburg: สร้างขึ้นในปี 1695 และเป็นพระราชวังแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์ลิน ตั้งอยู่ใน Spandauer Damm และเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ มีค่าเข้าชมประมาณ €12 ให้คุณสัมผัสกับความหรูหราของยุคกษัตริย์ปรัสเซีย
พิพิธภัณฑ์เกาะ: คอมเพล็กซ์พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานศิลปะและวัตถุโบราณมากมาย ตั้งอยู่บนเกาะในแม่น้ำ Spree ค่าเข้าชมแต่ละพิพิธภัณฑ์ประมาณ €10 ถึง €14
ประภาคารอเล็กซานเดอร์พลาทซ์: เป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมของเบอร์ลิน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง 360 องศา ตั้งอยู่ใน Alexanderplatz, ค่าเข้าชมประมาณ €5 ถึง €7
สภาเมือง Reichstag: อาคารรัฐสภาที่มีโดมกระจกอันเป็นสัญลักษณ์ ตั้งอยู่ใน Platz der Republik ให้บริการทัวร์ฟรี แต่ต้องจองล่วงหน้า
โบสถ์ Gedächtniskirche: ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความหายนะของสงคราม ตั้งอยู่ที่ Breitscheidplatz ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
การสำรวจเบอร์ลินโดยรถไฟหรือรถประจำทางเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบาย ช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดสำคัญต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่าลืมลิ้มลองCurrywurst อาหารท้องถิ่นเบอร์ลินที่เป็นที่นิยม รสชาติอร่อยล้ำที่ไม่ควรพลาด

เยือนฮัมบูร์ก—เมืองท่าสุดคลาสสิกแห่งเยอรมนีที่ผสมผสานความทันสมัยกับประวัติศาสตร์อันยาวนานได้อย่างลงตัว เตรียมตัวสำหรับการสำรวจสถานที่สำคัญและลิ้มลองอาหารเมืองนี้ในโอกาสนี้
โบสถ์ St. Michaelis: สัญลักษณ์ของฮัมบูร์กที่ไม่ควรพลาด โบสถ์แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมบารอก บริเวณสวนหน้าโบสถ์เป็นจุดชมวิวที่วิเศษ ค่าเข้าชมโบสถ์ €5, เปิดทุกวัน 09:00-20:00. ฮัมบูร์ก Rathaus: อาคารรัฐสภาที่สวยงามมากใจกลางเมือง สร้างขึ้นในสไตล์นีโอเรเนสซองซ์ มีการจัดทัวร์ภายในอาคารที่เผยให้เห็นภาพงานศิลปะ ค่าเข้าชมทัวร์ €4, เปิดทุกวัน 10:00-17:00. Speicherstadt: ย่านคลังสินค้าที่เข้าสู่รายชื่อมรดกโลกของยูเนสโก ถนนเรียงรายด้วยอาคารอิฐสีแดงที่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ต่างๆ สะพานและน้ำท่าเพิ่มเสน่ห์ให้กับย่านนี้อย่างมาก. Elbphilharmonie: หนึ่งในหอคอนเสิร์ตที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีจุดชมวิวที่อ่าวฮัมบูร์ก ค่าเข้าชมฟรีสำหรับพื้นที่ชมวิว, คอนเสิร์ตมีราคาแตกต่างกัน. Miniatur Wunderland: จัดแสดงรางรถไฟขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใน Speicherstadt ค่าเข้าชม €15, เปิดทุกวัน 09:00-18:00. Planten un Blomen: สวนสาธารณะที่มีสวนพฤกษศาสตร์, น้ำพุเต้นระบำ, และสวนน้ำแข็งในฤดูหนาว เป็นสถานที่เหมาะสำหรับผ่อนคลายกลางแจ้ง ไม่มีค่าเข้าชม, เปิดทุกวัน 07:00-23:00. Alster Lakes: ทะเลสาบสองแห่งในใจกลางเมือง เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การพายเรือ หรือเดินเล่นรอบทะเลสาบ.การเดินทางรอบฮัมบูร์กเป็นการผจญภัยที่ไม่เพียงแต่พาคุณดำดิ่งสู่ความงามของสถาปัตยกรรม แต่ยังช่วยให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ที่แท้จริงของเมืองนี้ด้วย

สถานีรถไฟหลักของเบอร์ลินคือ เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ (Berlin Hauptbahnhof) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟสำคัญอื่นๆ ในเมือง เช่น เบอร์ลิน ออสท์บอนฮอฟ (Berlin Ostbahnhof) และ เบอร์ลิน ซูดครอยทซ์ (Berlin Südkreuz) ที่มีบริการรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังหลายเมืองใหญ่ในเยอรมนีและยุโรป.
สถานี เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ ตั้งอยู่ที่ Europlatz 1 ในเบอร์ลิน มีเวลาทำการตั้งแต่เวลา 00:00 น. ถึง 24:00 น. ทุกวัน ที่สถานีนี้ยังมีบริการ เก็บกระเป๋า ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทำให้สามารถเดินทางชมเมืองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระเป๋าสัมภาระระหว่างรอเวลาเดินทางต่อ.
สถานีรถไฟหลักของฮัมบูร์กคือ ฮัมบูร์ก ฮัปต์บาห์น์ฮอฟ (Hamburg Hauptbahnhof) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุดในยุโรป เส้นทางรถไฟจำนวนมากผ่านสถานีนี้ ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วยุโรป นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟอื่นๆ ในฮัมบูร์ก เช่น ฮัมบูร์ก-อัลโตนา และ ฮัมบูร์ก ดามทอร์ ซึ่งต่างก็มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางภายในเมืองและไปยังเมืองอื่นๆ
สำหรับฮัมบูร์ก ฮัปต์บาห์น์ฮอฟ ตั้งอยู่ที่Steinstraße 20 มีบริการเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับผู้โดยสารและการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่ง นอกจากนี้ยังมีบริการเก็บกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยวชมเมืองโดยไม่ต้องแบกสัมภาระติดตัว บริการนี้ช่วยให้การเดินทางในฮัมบูร์ก เป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
จองล่วงหน้า:
เช่นเดียวกับค่าตั๋วเครื่องบิน ราคาตั๋วรถไฟมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง การจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้มาก
เดินทางในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ:
หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาที่มีคนใช้บริการมาก เช่น เช้าวันธรรมดาและช่วงเย็น เลือกเดินทางในช่วงกลางวัน ช่วงเย็น หรือช่วงกลางสัปดาห์เมื่อมีความต้องการน้อยกว่า
พิจารณารถไฟที่ช้าลงหรือเส้นทางที่ไม่วิ่งตรง:
รถไฟด่วนหรือรถไฟความเร็วสูงอาจประหยัดเวลา แต่ก็มักจะแพงกว่า การเลือกใช้บริการรถไฟท้องถิ่นหรือบริการที่ช้าลงสามารถลดค่าโดยสารได้
มองหาข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่น:
ผู้ประกอบการรถไฟบางครั้งมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว การสมัครรับจดหมายข่าวอาจคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีส่วนลดตั๋วกลุ่มหรือตั๋วไปกลับบางครั้ง ดังนั้นพิจารณาตัวเลือกเหล่านี้หากเหมาะสมกับแผนการเดินทางของคุณ